Movie

Avatar

posted on 14 Jan 2010 12:21 by yuri-jujidan in Movie

 
Avatar จะนำผู้ชมภาพยนตร์ก้าวสู่โลกใหม่ที่สุดตะลึงตาเหนือล้ำจินตนาการ เมื่อฮีโร่ผู้จำใจ ต้องออกเดินทางเพื่อปลดเปลื้องและบุกเบิก พร้อมเป็นผู้นำแห่งสงครามเพื่อปกป้องโลกของมนุษย์ต่างดาวที่เขาเรียกว่าบ้าน เจมส์ คาเมรอน ผู้กำกับเจ้าของรางวัลออสการ์จากภาพยนตร์ Titanic มีโครงเรื่องภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ในใจตั้งแต่ 15 ปีที่แล้ว แต่ด้วยข้อจำกัดทางเทคนิคในตอนนั้นจึงไม่สามารถถ่ายทอดจินตนาการออกมาเป็น ภาพได้ บัดนี้ เขาใช้เวลากว่า 4 ปีในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Avatar ภาพยนตร์แนวไลฟ์แอคชั่นที่ใช้สเปเชี่ยลเอฟเฟ็คสุดไฮเทค Avatar ถูกสร้างออกมาอย่างสมบูรณ์แบบด้วยวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีภาพยนตร์ ที่หลอมเราเข้าไปในโลกแห่งอารมณ์และเรื่องราวของตัวละคร

ผู้ชมจะเข้าสู่โลกแพนโดราผ่านสายตาของ เจค ซัลลี่ (แซม เวิร์ธธิงตัน) อดีตนายทหารเรือผู้พิการที่ต้องนั่งบนรถเข็น แม้ว่าร่างกายไม่สมประกอบ แต่เจคก็ ยังมีหัวใจนักรบ เขาได้รับเลือกให้ร่วมเดินทางหลายปีแสงไปยังดาวแพนโดรา ที่ซึ่งมีเหมืองแร่ล้ำค่าหายากที่เป็นหัวใจสำคัญในการแก้ปัญหาพลังงานขาด แคลนของโลก และเพราะชั้นบรรยากาศของดาวแพนโดราเป็นพิษต่อมนุษย์ พวกเขาจึงต้องพัฒนาโปรแกรมอวตาร เพื่อแปลงสภาวะจิตของคนให้ไปอยู่ในร่างอวตาร และให้ควบคุมร่างกายได้ในภาวะอากาศที่เบาบาง ร่างอวตารนี้เป็นส่วนผสมทางพันธุกรรมของดีเอ็นเอมนุษย์และดีเอ็นเอจากสิ่งมี ชีวิตบนดาวแพนโดรา ที่มีชื่อเรียกว่า “นาวี”

ในร่างอวตาร เจค สามารถเดินได้อีกครั้งหนึ่ง และมีภารกิจต้องแทรกซึมเข้าไปในกลุ่มนาวี ชนเผ่าพื้นเมืองที่เป็นอุปสรรคสำคัญของชาวโลกในการเข้าถึงเหมืองแร่ล้ำค่า แต่นาวีสาวสวยชื่อ นีย์ทิรี้ (โซอี้ ซัลดาน่า) ได้ช่วยชีวิตเจคไว้และแผนการทุกอย่างก็เปลี่ยนแปลง เจคได้เข้าร่วมชนเผ่าของเธอ เขาได้ผ่านการทดสอบและการผจญภัยต่างๆ จนได้เป็นหนึ่งในกลุ่มนั้น ความสัมพันธ์ของเจคและนีย์ทีรี้เริ่มลึกซึ้งขึ้น พร้อมๆ กับความนับถือในกลุ่มนาวี ในที่สุดเขาต้องพบการทดสอบและความขัดแย้งที่จะตัดสินชะตากรรมของโลก
 

 

การดำเนินเรื่องคงไม่ต้องบอกว่า สนุกมากกกกกกกกกกก สมคำร่ำลือ ที่อยากพูดถึงคือ เนื้อเรื่อง และแฟชั่น -- จริงๆ แล้วการพยายามขับไล่ชาวนาวีออกไปจากแหล่งที่อยู่ เพราะต้องการสิ่งที่พวกเขามี ไม่ใช่เรื่องใหม่ กลุ่มนายทุนคนมีอำนาจ ใช่เทคโนโลยีล้ำสมัย และเงินทุ่มลงไปเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ ไม่ต่างอะไรกับการล่าอาณานิคมในยุคกลาง  กองเรือของสเปนที่บุกไปยึดอินคา ไหนจะโปรตุกีส และอังกฤษ ที่ต่างลงกองเรือออกไปสำรวจพื้นที่ในโลกใหม่ และยึดเอามาเป็นของคน การค้ามนุษย์จากแอฟริกา การยึดผืนแผ่นดินของชาวอินเดียนแดงของพวกอเมริกา ... ทุกสิ่งในเรื่องนี้ ไม่ใช่ของใหม่ ... แต่ใส่รายละเอียดความเป็นอวกาส ล้ำยุคเข้าไป ชาวนาวี ไม่ต่างจาก ชาวอะบอริจินบนเกาะออสเตรเลีย และพวกทหาร ไม่ต่างจากพวกอเมริกาที่ขนนักโทษไปอยู่บนออสเตรเลีย จนกลายเป็นประเทศออสเตรเลีย ว้าว ไม่ wonder เลย

 

 

ส่วนรูปร่างของชาวนาวี ส่วนตัว เราว่าได้มาจากรูปหน้าของสัตว์จำพวก Big Cat ... สิงโต เสือ แบบนี้ รูปฐานจมูกกว้าง ดวงตาโต และเฉี่ยว เวลาเจอศัตรูก็แยกเขี้ยวขู่ไว้ก่อน ผสมกับรูปร่างของชาวแอฟริกัน สังเกตุจากริมฝีปากหน้า หน้าผากแบนและกว้าง ตาห่างกัน แล้วยังการแต่งตัวในเรื่อง ทรงผม ที่คาดผม ชุด ระบบหัวหน้าเผ่า ความเชื่อเรื่องสิ่งศักสิทธิ์ ... คนแอฟริกาชัดๆ --- สภาพแวดล้อมโดยรอบ จำลองจากทะเล แค่ยกทะเลขึ้มาไว้บนบก เมล้ดศักสิทธิืก็คือแมงกระพรุน ลายจุดบนตัวชาวนาวีมาจากปลาหมึก (นี่หมายถึง ทำปลายผมมีหนวด) ถ้าใครดูจะเห็นตอนที่นั่งล้อมวงรอบต้นไม้ แล้วโยกตัวไปมา เอามาจากการเรื่องแสงของปลาหมึกชัดๆ

สรุปคือ สนุกดี แต่สภาพแวดล้อมไม่ตื่นตาอะไรเลย เอาของเก่ามาเล่า

CG ยุคไหน ก็ไม่เจ๋งเท่าธรรมชาติ 

Harry Potter and the Half-Blood Prince

posted on 16 Jul 2009 21:58 by yuri-jujidan in Movie

ดูแล้ว

เซ็งเป็ด

เดี๋ยวค่อยมาเขียน เหนื่อย

 

ไร้ซึ่งความสนุกสนาน เราไม่รู้ว่าผกก. คนนี้กำกับเรื่องอะไรมาก่อน แต่ทำแฮร์รี่ห่วยแตก ภาคที่แล้วว่าแย่แล้ว ภาคนี้ทำกุแอบหลับด้วย

ถ้าคนไม่เคยอ่านหนังสือ อิชั้นรับรองว่างงแน่นอน เหมือนถ่ายเป็นตอนๆ แล้วมาแปะต่อกัน รายละเอียดที่น่ามีก็ไม่มี ไม่บอกสักนิดว่าทำไมอยู่ๆ สเนปถึงเป็นเจ้าชายเลือดผสม (พ่อเป็นมักเกิ้ล - แม่เป็นแม่มด) ตอนไปเอาฮอครักซ์ก็เหลืออยู่นิดเดียว ไม่อธิบายว่าทำไมถึงเทน้ำในอ่างทิ้งไม่ได้ จู่ๆ ดัมเบอร์ดอร์ก็รู้ซะงั้นว่าดื่มเอง แฮร์รี่ไม่ถามสักนิดเดียวว่าทำไมมือดัมเบอร์ดอร์ถือแห้งเหี่ยว (เพราะอดใจไม่ได้จึงไปสวมแหวนฮอครักซ์ของโวเดอมอร์เข้าจนโดนมนต์เล่นงาน) ศจ.ซลักฮอร์นผอมกว่าที่บรรยายในหนังสือ และลาเวนเดอร์ บราวน์ดูประสาทกว่าลูน่า เลิฟกู๊ดเสียอีก แถมความทรงจำในเพนซีฟเหลืออยู่ 2 ทั้งๆ ที่น่าจะเห็นบ้านเกิดของโวเดอร์มอ หรือทอม ริดเดิ้ล จะได้รู้ว่าแหวนนั้นคือแหวนของพ่อโวเดอมอร์ ซึ่งตกทอดมาจากซัลลาซาร์ ซลิธิริน เพราะอย่างนี้โวเดอมอร์จึงเป็นทายาทโดยตรงสามารถเปิดห้องแห่งความลับได้ และพูดภาษาพาเซลได้ ไม่พูดถึงตระกูล "นั้น" (ไม่บอกหรอก) ที่เป้นเจ้าของแหวนซึ่งจะโยงไปภาค 7 (เครื่องรางยมทูต) และมีเรกูลัส แบล็กนิดเดียว แถมยังไม่บอกว่าเป็นน้องซีเรียสที่ไปอยู่กับผู้เสพความตายอีกด้วย จริงๆ แล้วแฮร์รี่ต้องเอาผ้าคลุมล่องหนไปด้วย และถูกดัมเบอดอร์สะกดไว้ใต้ผ้าคลุมขยับไม่ได้ และเห็นสเนปฆ่าดัมเบอดอร์ แล้วผู้เสพความตายก็ต้องต่อสู้กับ ก.ด. ที่เหลือ เฮอร์ไมโอนี่ รอน จินนี่ ลูน่า เนวิล ก่อนจะขึ้นมาบนหอคอยด้วย แล้วยังมาตัดฉากไว้อาลัยดัมเบอดอร์ด้วย มันต้องเห็นว่าวางไม้กายสิทธิ์ด้วยสิ ยังไม่นับเรื่องความรักในนี้ด้วยนะ จินนี่กับแฮร์รี่รักกันเร็วเหลือเกิน แต่แสดงออกน้อยเหลือเกิน รอนต้องหึงน้องมากกกว่านี้ เฮอร์ไมโอนี่ต้องงอนรอนมากกว่านี้ แล้วยังไม่บอกด้วยว่าพ่อขนดกที่มากับเบลลาทริกซ์เป้นใคร (ที่มาเผาบ้านโพรงกระต่ายอ่ะ - เป็นหมาป่าที่กัดลูปิน)

โอ๊ยยยย เยอะ!!

เข้าใจเว้ยเฮ้ย ว่าตัดจากหนังสือมันยาก แต่เอาเนียนหน่อยได้ไหม คนอ่านมันเสียความรู้สึกว่ะ

แต่แม็คล้ากเก้นหล่อมาก O[]O!! หล่อเกินกว่าจินตนาการในหนังสือ

ปล. แถมคนในโรงหนังยังมารยาททราม ดูที่เอ็มโพเรี่ยม มีแต่ฝรั่งกับคนรวย ใครว่าคนรวยมารยาทดี กินเบอร์เกอ เฟรนฟราย คุยกัน เตะเก้าอี้ ลุกเข้าลุกออก --- อิห้างไฮโซ ถุย ได้กินตังค์กุครั้งเดียวเถอะมึง

Frozen Flower

posted on 08 Jul 2009 14:12 by yuri-jujidan in Movie

 

Frozen Flowers คือภาพยนตร์ที่อิงมาจากเหตุการณ์จริงในปลายยุคสมัยของราชวงค์โครยอ ที่ต้องเผชิญกับภยันอันตรายที่มาจากอาณาจักรวอน โดยการอ้างเหตุผลที่ว่ากษัตริย์ของโครยอ (จูจินโม) นั้นไม่มีทายาทสืบราชบัลลังค์เสียที จึงได้ส่งนักฆ่ามาหมายที่จะเอาชีวิต ซึ่งทำให้เขาจำเป็นต้องตัดสินใจแต่งตั้งกลุ่มทหารรักษาพระองค์ ที่เรียกตัวเองว่า กอนรยงวี ขึ้นมา

ถึงแม้ว่ากษัตริย์จะมีมเหสีผู้เลอโฉมจากอาณาจักรหยวน (โซงจีฮโย) อยู่ข้างกายแล้ว แต่ก็เป็น ฮงริม (โจอินซอง) หัวหน้าหน่วยราชองค์รักษ์นี้เองที่เขาเริ่มมีใจให้ ในขณะเดียวกัน ด้วยความที่กษัตริย์ไม่สามารถให้กำเนิดทายาทสืบสานราชวงค์ต่อไปได้ ฮงริม จึงต้องรับหน้าที่ในการทำให้ราชบัลลังค์อยู่รอดปลอดภัยต่อไป

 

นี่ก็หนังพี่ยุอีก บอกแล้ว กลับบ้านไม่มีไรทำ

สนุกไหม ก็ถือว่าใช่ได้ แต่ไม่สะเทือนใจแบบสุดๆ ตอนแรกพั้บอกหนังเกาหลี อิชั้นก็วาง เป็นคนไม่ดูหนังเกาหลีอ่ะ แต่พี่บอกไม่ใช่หนังกุ๊กกิ๊กนะ เป็นหนังประวัติศาสตร์ เลยโอเค ที่ฉายแบบจำกัดโรงเพราะฉากติดเรทใช่ไหม อิชั้นต้องดูตอนกลางคืนเลย กลางวันไม่ด้าย เด็กเยอะ

ส่วนตัวเราว่าพระราชาเป้นคนดีนะ ฮงริมต่างหากที่เลว ปล่อยในราคะเข้าครอบงำ มาเอาชีวิตผู้มีพระคุณ พระราชาชุบเลี้ยงเหล่าทหารส่วนพระองค์ตั้งแต่เด็ก แต่ทหารกลับเห็นแก่ตัว โดนมเหสียุเข้าหน่อยว่าตัวสามารถรับประกันความปลอดภัยให้ได้ก็คล้อยตาม จากในเรื่องจะเห็นว่าพระราชาเอาใจใส่ทหารมาก (แต่ฮงริมเป็นพิเศษ) มีฉากที่เดินมาตรวจดูในหอนอน แล้วมีเท้าทหารโผล่ออกมานอกผ้าห่ม ก็ทรงจับผ้ามาคลุมเท้าให้ นั่นแสดงให้เห็นว่าพระราชาเอ็นดูเหล่าทหารมากมายเพียงใด สงสารพระราชาอ่ะ แล้วที่พระราชาประหารคนที่ตั้งใจโค้นล้มราชบัลลงก็ถูกต้องแล้วนี่ ไม่เห็นโหดร้ายเลย ปล่อยไว้ก็เสี้ยนหนามเปล่าๆ ไม่เข้าใจว่าทำไมทหารส่วนพระองค์ถึงเชื่อมเหสีมากกว่า บอกให้พาฮงริมหนี ก็เชื่อทำตามอีก หุย น่าเตะจริงๆ

ชอบ The King and the Clown มากกว่านะ อยากได้ดีวีดีจัง แต่หาไม่เจอเลย *แง้

The boy in the Striped Pajamas

posted on 08 Jul 2009 04:10 by yuri-jujidan in Movie

ปี 1942 คือช่วงเวลาที่สถานการณ์ทางการเมืองของยุโรปตึงเครียด บรูโน่ หนุ่มน้อยจากครอบครัวผู้มีอันจะกินต้องย้ายบ้านตามครอบครัวไปสู่สถานลี้ภัยในประเทศโปแลนด์ บรูโน่ได้มิตรใหม่เป็นเด็กหนุ่มชาวยิวและมิตรภาพของพวกเขา คือสาเหตุของโศกนาฏกรรมในเวลาต่อมา

ทำใจน้าน นาน กว่าจะควักมาดู ช่วงนี้งานเยอะ เครียดน่ะ ไม่อยากดูหนังเครียดเลย (พึ่งดูแต๋วเตะตีนระเบิดไป เอาฮา ไม่คิดมาก -- แต่ไม่ฮาเท่าไหร่แฮะ ออกทะเลด้วย) แต่กลับบ้านมันไม่มีอะไรดูน่ะ แล้วเพื่อนมาจองจะยืมต่อแล้ว คือถ้าไม่ดูตอนนี้ เพื่อนจะเอาไปเวียนก่อนเจ้าของจะได้ดูน่ะ

นี่เป็น "กรรมตามสนอง" อย่างแท้จริง พ่อทำร้ายชาวยิว เหมือนจะเป็นทหารที่คุมค่ายกักกันเล็กๆ ไม่น่าจะใหญ่ขนาดเทร็บลิงก้า หรือเอาสวิท แล้วบาปกรรมตกมาถึงลูกชายที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ทั้งๆ ที่วันนั้นจะย้ายออกไปแล้วแท้ๆ เพราะแม่ประสาทกินแล้ว ตอนแรกเหมือนแม่จะเป้นคนดีนะ แบบรับไม่ได้ที่เผาคนยิวอ่ะ แต่แก้ปัญหาโดยการ "หนี" อาจมองอีกทางได้ว่า คุณแม่มีภาระเลี้ยงดูลุกและต้องพึ่งสามีอยู่ แต่ถ้าอย่างนั้นหล่อนก็อย่ามาทำตัวประสาทเสียสิยะ ยอมรับๆ ไปเถอะว่าสามีหล่อนทำจริงๆ แล้วก็ชูคอเป้นคุณนายต่อไปซะ

จริงๆ อิชั้นก็แอบงงว่าเด็ก (บรูโน่) มันเดินไปหาเด็กอีกคน (ชมูเอล) ทุกวันๆๆๆ ไม่รู้รึไงว่าเป็นค่ายกักกัน คือ ไม่รู้เลยรึไงว่าตอนนั้นบ้านเมืองเป็นยังไง ทั้งๆ ที่ก็เห้นเคิร์ท (ทหารหัวทอง ที่พี่สาวชอบอ่อย) ทำร้ายพาเวลขนาดนั้น ช่างเถอะ เข้าเรื่อง ตอนเห็นบรูโน่ที่เปลี่ยนชุดเป็นชุดนอนแล้ว โดนต้อนไปกับพวกในโรงนอน ก็นึกว่าจะแค่โดนพาไปทำงาน หรือทดลอง แต่พอเห็นเป็นประตูเหล็กเท่านั้นแหละ กุกรี๊ดเลยอ่ะ "หนังเรื่องนี้เลวร้าย โหดร้้าย ใจร้าย" ใจร้ายมากเลยอ่ะ กว่าพ่อแม่จะตามมาเจอ กว่าจะหา ในหนังเสนอภาพเป็นประตูเหล็กมีเสียงคนทุบประตู แล้วก็เงียบไป ... แค่นั้นแหละ

สุดๆ

ไม่ร้องไห้ฟูมฟายนะ แต่ทำอะไรต่อไม่ได้เลย นอนไม่ได้ด้วย ดูเสร็จตี 1 ต้องดู 3 ช่าต่อ ไม่งั้นนอนไม่ได้ หดหู่อ่ะ

จริงๆ อยากรู้อ่ะ ว่าพ่อจะทำยังไงต่อไปหลังจากลูกตายแล้ว จะปล่อยเลยตามเลย หรือเกลียดนาซีแล้วหนีไปต่างประเทศ ที่แน่ๆ อิตัวพี่น่าจะดึงโปสเตอร์ที่ผนังออกแล้ว แต่ตัวพ่อคงถอนยาก ถ้าทรยศก้จะได้รับโทษไม่ต่างจากพวกยิว

Transformers: Revenge of the Fallen

posted on 26 Jun 2009 19:10 by yuri-jujidan in Movie

สงครามบนโลกมนุษย์ได้ยุติลง แต่ทว่าสงครามในห้วงจักรวาลนั้นเพิ่งจะเริ่มต้น หลังจากการกลับมาถึงไซเบอร์ทรอน สตาร์สครีมได้รับคำสั่งของเจ้าแห่งฝ่ายดีเซปติคอนส์ และได้ตัดสินใจกลับมาบุกรุกโลกพร้อมกองกำลังจักรกลสังหาร ฝ่ายออโต้บอทส์ ที่เชื่อมั่นในสันติภาพได้พบว่า ซากหุ่นที่ถูกทำลาย ของเมกาทรอนได้ถูกขโมยไปจากกองทัพสหรัฐฯ โดยสคอร์ ฟิน็อกซ์ และทำให้คืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง ตอนนี้เมกาทรอนจึงกลับมาเพื่อแก้แค้น พร้อมสตาร์สครีมผู้ภักดี และกองทัพจักรกลสังหารฝ่ายดีเซฟติคอนส์ที่เดินทางมาสมทบอีกจำนวนมาก มหาสงครามแค้นครั้งนี้จึงเป็นงานใหญ่สำหรับฝ่ายออโต้บอทส์ ที่จะต้องรับศึกอันยิ่งใหญ่เกินกว่าที่ใครจะคาดคิดได้

 

ไปดูด้วยอารมณ์บูดสุดๆ เสียแบบค้างคืน แถมในโรงยังมีกลิ่นแปลกๆ อิผู้ชายข้างหลังก็พูดเป็นต่อยหอย อิคู่แฟนข้างๆ ก็นัวกันอยู่ได้ นี่หนังไซไฟ ไม่ใช่โรแมนติกนะยะ

สมกับการรอคอยไหม ... คุ้มค่ามากมาย แต่ถ้าถามว่าภาค 1 กับภาคนี้อันไหนสนุกกว่า ก็ขอบอกว่าภาค 1 ภาคนี้เหมือนขายฉากอลังการของหุ่นยนต์เยอะไปหน่อย หนังนานเลยมึนๆ (หรือเพราะอิชั้นอารมณ์เสียอยู่ก็ไม่รู้) หุ่นยนต์ฝาแฝดฮาดี แปลงเป็นรถขายไอติมด้วย ฉงนอยู่อย่าง ทำไมฝ่ายเมกกะทรอนพวกเยอะจัง ทำไมออโต้บอท พวกมีเท่าไหนก็เท่านั้น ไม่เห็นมีมาสมทบจากนอกโลกมั่ง แต่ชอบตรงจับสิ่งก่อสร้างในอดีตมาโยงกับเรื่องราวนะ อย่างมหานครเปตรา หรือพีระมิด เออ เนียนดี แอบรู้สึกแปลกๆ ตรงมีสวรรค์หุ่นยนต์ด้วย เมแกน ฟ็อก สวยมาก เซ็กซี่ได้อีก ไม่มีคำบรรยาย แต่ไม่เหมาะกับไซอา ลาบัฟยังไงไม่รู้ 555+ แต่บทหยังงี้ก็ต้องแบบไซอาเท่านั้น

หนอยยย เห็นเป็นหนังใหม่บัตรเลยแพงสินะ แต่มันยาวอ่ะเนอะ ให้อภัย

กลับมาดูภาค 1 ดีกว่า

เห็นตัวอย่างหนัง Public Enemies ของป๋าเด็ปป์ด้วย กรี๊ดดด อยากดู ป๋าเด็ปป์เท่ห์มากมาย มีตัวอย่างแฮร์รี่ด้วย อันนี้ก็อยากดู ต้องดูวันแรกเท่านั้น!!! แต่คงต้องเตรียมทำใจ ผกก.คนนี้ทำภาคที่แล้วห่วย