Blog Active Day 09 (เก็บของเก่ามาเล่าใหม่)
posted on 15 Oct 2009 16:38 by yuri-jujidan in lalalaiจริงๆ เห็นแล้วละ ว่าเขาให้เขียนบลอควันนี้กัน แต่ไม่คิดว่าจะได้อยู่ยาวหน้าคอมจนวันนี้
" ช่วงนี้ นอกจากจะรณนรงค์ต่อต้านการใช้ขนสัตว์แล้ว ยังมาใส่ใจเรื่องโลกร้อนด้วยค่ะ
ตอนแรกเราไม่ใส่ใจเลยนะ เรื่องโลกร้อนหัวมันนี่ คือคิดว่ามันก็สมควรแล้ว มนุษย์ทำตัวเอง จะมาโวยวายเอาตอนนี้ก็เหมือนเห็นแก่ตัวนะ ทำลายโลกมาตั้งกี่ร้อยปี มันก็สมควรแล้วที่ธรรมชาติจะเอาคืน สมน้ำหน้ามัน เพราะงั้นต่อให้ต้องร้อนในตาย ก็จะก้มหน้ารับกรรมที่ได้ร่วมก่อไว้อย่างเต็มใจ
....แต่มันไม่ใช่แค่นั้น....
ได้ดูหนังเรื่อง Happy Feet มา ที่เป็นเรื่องเพนกวินเต้นได้อ่ะ ตอนแรกแหยงๆ นะ คิดว่าต้องเป็นหนังเด็กด๊องแด๊งน่าเบื่อ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย
แม้ว่าแม่ของมัมเบิล - นอร์มา จีน (คิดว่ามันเป็นนิสัยที่ออกจะน่ารัก แต่พ่อของเขา เมมฟิส บอกว่ามัน “ไม่ใช่พวกเพนกวิน” นอกจากนี้ พวกเขาทั้งคู่รู้ว่า หากไม่มีเพลงประจำใจ มัมเบิลอาจจะไม่มีวันได้พบรักแท้
เหมือนโชคชะตากลั่น แกล้ง เพื่อนของเขา กลอเรีย เกิดมาเป็นนักร้องที่ยอดเยี่ยมของฝูง มัมเบิลและกลอเรียสื่อถึงกันได้ นับแต่วินาทีที่ออกจากไข่ แต่เธอต้องอดทนกับรูปแบบ “ฮิพพิตี้- ฮอพพิตี้” อันแปลกประหลาดของเขา
มัมเบิลแตกต่างมากเกิน ไป — โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ ผู้เฒ่าโนอาห์ นำหัวแข็งแห่งดินแดนจักรพรรดิ ซึ่งขับไล่เขาออกจากฝูงในที่สุด
เมื่อต้องจากบ้านเป็น ครั้งแรก มัมเบิลได้พบกับพวกอะเดอลี อามีโกส์ -กลุ่มเพนกวินที่ดูเท่าใดก็ไม่เหมือนเพนกวินจักรพรรดิ นำทีมโดย เรมอน พวกอะเดอลีอ้าแขนรับแนวเต้นสุดเจ๋งของมัมเบิล และเชื้อเชิญให้เขาเข้าร่วมกลุ่ม
ในดินแดนอะเดอลี มัมเบิลขอคำปรึกษาจากปรมาจารย์เรื่องรัก เลิฟเลซ เพนกวินขนฟูผู้คลั่งการล่าหิน ที่จะตอบทุกคำถามแห่งชีวิต เพื่อแลกกับการได้หินสักก้อนเป็นรางวัล
มัมเบิลร่วมออกเดินทาง ไปกับเลิฟเลซและพวกอามีโกส์ ข้ามดินแดนแสนกว้างใหญ่ และหลังจากการผจญภัยอันเป็นตำนาน ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าด้วยการเป็นตัวของตัวเอง เราก็สามารถสร้างความแตกต่างในโลกได้...
มีเด็กหญิงคนหนึ่งมาเคาะกระจกให้มัมเบิลขยับ เขาขยัเท้าเต้น เด็กหญิงดีใจ ชักชวนคนมาดูมากขึ้น ... ต้องเห็นหน้ามัมเบิลตอนเต้นให้คนดูอ่ะ ทั้งๆ ที่พวกนั้นคือ "เอเลี่ยน" ที่ทำลายแหล่งอาหารของเพนกวินแท้ๆ แต่มัมเบิลก็ยังเต้นให้คนดู
จนคนเขาเอะใจว่าเพนกวินต้องการสื่ออะไร และเริ่มรู้ตัวว่าได้ทำลายแหล่งอาหารสำหรับเพนกวิน มีประโยคหนึ่งที่ประทับใจ
"ผมไม่อยากอยู่ในโลกที่ไม่มีเพนกวิน"
พวกเรา มนุษย์กำลังทำให้โลกร้อนขึ้นทุกวัน ทำให้น้ำแข็งขั้วโลกละลาย หมีขั้วโลกตายมากขึ้นเพราะแผ่นน้ำแข็งบางลง
คนส่วนใหญ่อาจไม่ใส่ใจ ในขณะที่คนอีกกลุ่มพยายามกันแทบตาย
นี่ไม่ใช่เรื่องเฉพาะมนุษยชาติ แต่มันคือผลกระทบต่อทุกเผ่าพันธุ์
ตอนนี้พยายามไม่ใช่ถุงพลาสติก (แม้จะยากเย็นมากก็ตาม) และปิดไฟที่ไม่ใช้ ถอดปลั๊กทุกครั้ง บางคนคิดว่าแค่ปิดก็พอ แต่ถ้าไม่ถอดปลั๊ก ไฟฟ้าก็จะวนเวียนอยู่ดี ลองปิดคอม แล้วเสียบปลั๊กไว้แล้วเอามือแหย่รูใดรูหนึ่งสิ
เพราะฉะนั้น ช่วยกันคนละไม้คนละมือ เพื่อให้บาปที่มนุษย์เราได้กระทำนั้น ลดน้อยถอยลงไปบ้างก็ยังดี ................. "
บอกตรงๆ นะ เราว่าเหนื่อยเปล่า บอกให้คนมันช่วยลดโลกร้อนยังไง คนมันจะไม่ทำ ไม่มสำนึกมันก็ไม่ทำหรอก ที่มหาลัย ไม่รุ้ทำไมอิพวกในห้องชอบเปิดประตูทิ้งไว้ให้แอร์ออก กูบอกคนปากเปียกปากแฉะก็ไม่ปิดกัน แอร์เสียก็บ่นว่าร้อน มันน่าเบื่อ เจอทุกวันอ่ะ
เอาง่ายๆ แค่แม่อ่ะ ขับรถจากกรุงเทพไปเชียงใหม่ ออกจากบ้านตอนตี 5 ช่วงนั้นธันวา อากาศแถวอยุธยาดีมาก ก็ดั๊นนนน เปิดแอร์กัน บอกก็ไม่ปิด หงุดหงิดอีก แล้วไม่รู้เป็รอะไร ชอบนอนแล้วเปิดทีวีทิ้งไว้ เราเคยเขาไปปิดให้ห้องแม่ตอนตี 3 แม่ลุกขึ้นมา บอกว่าปิดทำไม แล้วเปิดต่อ -*-
ทำไปแล้วไม่มีใครฟัง มันก็น่าเบื่อ สุดท้ายเลยเลิกดีกว่า
ถ้าจะร้อนตาย ก็ตายเพราะตัวมันเอง
ปล. อุตส่าห์ไม่ยอมกลับบ้านเพื่อจะดูอาเจนติน่าลุ้นไปบอลโลก เนตเวรเจ๊งตั้งแต่เที่ยงคืนยันเที่ยงวัน อารมณ์เสีย --- แต่ดีใจด้วยชนะแล้วได้ไป รอดูมาสเชสวมปลอกแขนกัปตันทีมที่แอฟริกาใต้ปีหน้า





















ทำให้เห็นเลย ...
คนที่บ้านก็ชอบเปิดทีวีทิ้งไว้
บางทีไม่มีอะไรดู ก็ไม่รู้จะเปิดทำไม รู้แต่ว่าต้องเปิด ..
ปล.หนังนกเพนกวินสนุก ๆ มาก
#1 By sansanae on 2009-10-16 11:20